267 Books
See allตอนแรกซื้อเพราะรู้จักคนแปล ไม่ได้คิดว่าจะเป็นแนวที่ชอบอ่านเท่าไหร่ (เพราะเป็นเรื่องแมวๆ?) ชอบแมวแต่ไม่ได้อยากอ่านเรื่องแมวน่ะ แต่พออ่านปุ๊บ เอ้ย น่ารัก รู้สึกเหมือนเข้าไปนั่งในบ้าน มองดูชีวิตประจำวันแสนธรรมดาแต่ละเมียด ใส่ใจรายละเอียดของคนเขียนซึ่งก็เป็นนักวาดภาพด้วย เห็นตัวเองในมุมที่ทำหายไปนาน อ่านแล้วรู้สึกใจสงบและอยากลงมือเขียนหนังสืออีก ในแบบของตัวเอง
Yona Ko สาวเกาหลีลูกจ้างบริษัทท่องเที่ยวเชิงหายนะทัศนา ได้รับข้อเสนอจากบริษัทให้ไปทริปนึง เป็นการลาพักร้อนและทริปธุรกิจไปในต้วหลังเธอเจอแรงกดดันจากเจ้านาย ปรากฏว่าทริปสุดห่วยนั้นกลายเป็นโหมโรงของหายนะที่เพิ่งกำลังจะถูกสร้างขนานแท้ของเกาะ Mui ในเวียดนาม (น่าจะเป็นสถานที่สมมติ) วิทยาศาสตร์ของมหันตภัยทางธรรมชาติและจำนวนผู้เสียชีวิตโดยประมาณถูกคำนวณมาเสร็จสรรพเพื่อตอบสนองธุรกิจท่องเที่ยวของนายทุนหน้าเลือด สิ่งที่ Yona Ko ต้องตัดสินใจ คือ เธอจะร่วมมาอยู่ในแผนการด้วยหรือไม่ เพื่ออนาคตทางการงานที่ดีกว่าเดิมซึ่งรออยู่ในเกาหลี ถ้าสิ่งที่เธอทำไม่ใช่การฆ่าคนโดยตรง แค่เพียงรู้เห็นว่ามีแผนการที่จะทำให้คนจำนวนมากต้องตายจริง เพื่อแลกกับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ?
เล่าความสัมพันธ์กึ่งมิตร-ศัตรูระหว่างสยามกับอ๋องตระกูลเหงวียนที่มีอิทธิพลปกครองเวียดนามตอนใต้ในขณะนั้น คือช่วงธนบุรี-ต้นรัตนโกสินทร์ ความพิเศษของเนื้อหาเล่มนี้คือการศึกษาข้อมูลผ่านหลักฐานเวียดนาม บางส่วนเทียบเคียงกับเนื้อหาฝั่งไทย โดยมีจุดศูนย์กลางการเล่าเรื่องอยู่ที่ฮาเตียน เมืองท่าของชาวกวางตุ้งที่สยาม กัมพูชา เวียดนาม สลับกันมีอิทธิพลเหนือหรือเข้าแทรกแซงกันคนละนิดละหน่อย
หนังสือสนุกดีเพราะมีข้อมูลที่ไม่เคยรู้เต็มไปหมด ในฐานะคนที่สนใจประเทศเวียดนามแบบผิวๆ อย่างเราซึ่งไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์เจาะลึกมาก่อน ได้เห็น ‘ข้อเท็จจริง' จากฝั่งเวียดนามซึ่งเราจะมองว่าเป็นโลกทัศน์ของเขาก็ได้ และผู้เขียนซึ่งเป็นนักเขียนสารคดีได้นำงานวิชาการที้ตนเขียนขึ้นมาเป็นวิทยานิพนธ์นี้มาปรับปรุงให้อ่านง่ายขึ้นในระดับผู้อ่านทั่วไป
อย่างไรก็ตามผู้อ่านอาจพบความหนืดหน่วงช่วงต้นของหนังสือที่ผู้เขียนเล่าว่าหลักฐานเวียดนามที่นำมาศึกษานั้นคืออะไรบ้าง แต่ก็เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากในทางวิชาการ เพียงแต่คิดว่าใครจะข้ามไปอ่านตัวเนื้อหาหลักก่อนก็ไม่น่าเสียหายอะไร